หมูกรอบ อาหารยอดฮิตของคนไทย
หมูกรอบ คือ เมนูสุดฮิตของอาหารไทยและจีนที่หลายคนหลงรัก ด้วยรสชาติกลมกล่อม เนื้อหมูแน่นนุ่ม ไขมันแทรกเล็กน้อย และที่เด็ดที่สุดคือ หนังกรอบฟู ระดับเคี้ยวกร๊วบ! ซึ่งเกิดจากกระบวนการทอดที่พิถีพิถัน ทำให้กลายเป็นหนึ่งในเมนูที่กินเปล่าก็อร่อย กินคู่กับอะไรก็ฟิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสวย ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู หรือราดน้ำมันหอย
ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของหมูกรอบ
ตอนที่ 2 : วิธีการทำ
ตอนที่ 3 : วิธีเก็บ หมูกรอบ ให้กรอบนาน
ตอนที่ 4 : เมนูยอดฮิตจากหมูกรอบ
ตอนที่ 5 : หมูกรอบร้านไหนเด็ด
ตอนที่ 6 : สรุป
จุดเริ่มต้นของหมูกรอบ
จุดเริ่มต้นของ หมูกรอบ
นั้นมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก และเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของอาหารจีนโดยตรง โดยเฉพาะในแถบกวางตุ้ง ซึ่งถือเป็น “แหล่งกำเนิดดั้งเดิม” ของหมูกรอบ หรือที่คนจีนเรียกว่า ซิ้วหยุก
เมื่อชาวจีนโพ้นทะเลอพยพเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 พวกเขานำเอาวัฒนธรรมอาหารของตนเข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือหมูกรอบ ซึ่งในยุคแรกนิยมขายตามตลาดบกหรือตลาดน้ำ ก่อนจะพัฒนาเป็นเมนูข้าวหมูแดงหมูกรอบอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
หมูกรอบในไทยจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับอิทธิพลทั้งจากจีนและการปรับให้ถูกปากคนไทย เช่น การทำน้ำราดข้าวหมูกรอบให้หวานเค็มกลมกล่อม หรือการเพิ่มน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยเข้าไปเป็นตัวเลือกเสริม
วิธีการทำ
วัตถุดิบทำ หมูกรอบ
- หมูสามชั้น (เลือกแบบติดมันพอประมาณ) 1 กิโลกรัม
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า พอท่วมหมู
- น้ำมันสำหรับทอด ปริมาณมากพอให้ท่วมหมู
ทอดแบบใช้น้ำมัน(แบบดั่งเดิม)
- ต้มหมู : ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด หั่นเป็นแผ่นใหญ่ ๆ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่หมูลงไปต้มประมาณ 30-40 นาที เพื่อให้เนื้อหมูนุ่มและดึงความชื้นออก ตักขึ้น สะเด็ดน้ำ พักให้แห้ง (ยิ่งแห้งยิ่งดี)
- จิ้มหนัง : ใช้ส้อมหรือเข็มจิ้มหนังหมูให้ทั่ว เพื่อให้หนังพองกรอบตอนทอด ทาเกลือบาง ๆ ให้ทั่วผิวหมู ทาน้ำส้มสายชูเฉพาะบนหนัง ทิ้งไว้ให้แห้งอีกครั้ง (หรือแช่ตู้เย็นข้ามคืน)
- ทอด : ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟกลาง-แรง ทอดหมูโดยเอาด้านหนังลงก่อน ใช้ฝาหม้อกันกระเด็น เมื่อหนังพองฟูแล้ว พลิกด้านทอดให้สุกทั่วทั้งชิ้น หั่นเสิร์ฟพอดีคำ
ทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน
- ต้มหมูเหมือนเดิม : เพื่อให้เนื้อหมูนุ่มและหนังแห้งง่าย
- จิ้มหนัง + ทาน้ำส้มสายชูและเกลือ : จิ้มให้ทั่ว ทาเกลือและน้ำส้มสายชูบนหนัง พักไว้ให้แห้ง หรือจะเอาเข้าหม้อทอดปรับไฟ 100°C 30 นาที
- เข้า Air Fryer รอบแรก : วางหมูในหม้อทอด ตั้งอุณหภูมิ 160°C ประมาณ 30 นาที เอาออก พักไว้ 5 นาที
- รอบสุดท้ายเพื่อให้หนังพอง : ตั้งอุณหภูมิ 200°C อีก 20-25 นาที ระหว่างนี้หนังจะเริ่มพองกรอบสวยงาม เสร็จเรียบร้อย
วิธีเก็บหมูกรอบให้กรอบนาน
การเก็บหมูกรอบให้ยัง “กรอบ” นานที่สุด เป็นศิลปะที่หลายคนตามหา โดยเฉพาะถ้าทำไว้เยอะ หรืออยากเก็บไว้กินหลายมื้อ มาดูเทคนิคเด็ดๆ กันเลยว่าทำยังไงถึงจะยังกรอบได้นานที่สุด
- พักให้หมูเย็นสนิทก่อนเก็บ : หลังจากทอดเสร็จหรืออบด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันแล้ว ต้อง พักหมูกรอบให้เย็นสนิทจริงๆ ห้ามเก็บตอนยังอุ่น
- ใช้ “ภาชนะที่ปิดสนิท” แต่ต้องมีช่องระบายอากาศ : หากเก็บไว้ ไม่เกิน 1 วัน ให้วางในกล่องพลาสติกหรือภาชนะที่ปิดสนิท แต่ รองกระดาษซับมัน หรือ ผ้าขาวบางแห้ง ใต้หมูกรอบ เพื่อซับความชื้น
- แช่ตู้เย็นแบบแยกชั้น : เก็บไว้ใน ช่องธรรมดา (ไม่ใช่ช่องแช่แข็ง) ได้ประมาณ 2-3 วัน
- อย่าแช่ช่องฟรีซ หากไม่จำเป็น : ช่องฟรีซจะทำให้ความชื้นเกาะที่หนัง แล้วพอเอามาอุ่นใหม่ หนังจะเหี่ยวและไม่กรอบเลย เว้นแต่คุณจะตั้งใจ ฟรีซแบบเก็บยาว และยอมให้ต้องอบนานเวลาอุ่น
วิธีการอุ่น
- อุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน (แนะนำที่สุด) : ตั้งที่ 200°C ประมาณ 5-10 นาที (ขึ้นกับความหนา)
- อุ่นด้วยเตาอบ : วอร์มเตาไว้ก่อนที่ 200°C อบประมาณ 10-12 นาที วางหมูกรอบบนตะแกรงเพื่อให้ลมร้อนเข้าทุกด้าน
เมนูยอดฮิตจากหมูกรอบ
🥦 คะน้าหมูกรอบ: หมูกรอบกรุบๆ ผัดกับคะน้ากรอบๆ รสชาติเค็มมันลงตัว
🐷 ข้าวหมูกรอบ: ข้าวสวยร้อนๆ โปะด้วยหมูกรอบ หนังฟูกรอบ ราดน้ำจิ้มหวานเค็ม
🌶️ผัดกะเพราหมูกรอบ: หมูกรอบผัดกับใบกะเพรา พริก กระเทียม รสชาติจัดจ้านถึงใจ
🔥 หมูกรอบผัดพริกเผา: หมูกรอบกรอบนอกนุ่มใน ผัดกับน้ำพริกเผาหอมหวานเผ็ด
🧂 หมูกรอบคั่วพริกเกลือ: หมูกรอบคลุกเคล้าพริก กระเทียม เกลือ รสชาติเค็ม เผ็ด หอม
หมูกรอบ ร้านไหนเด็ด
- ร้านข้าวหมูแดงนายไซ : เปิดให้บริการทุกวัน 7:00-15:00 น. (ประชาชื่น)
- ข้าวหมูแดงสีมรกต : เปิดให้บริการทุกวัน 8:30-16:00 น. (ซอยสุกร 1)
- หมูทำอะไรก็อร่อย (ข้าวหมูแดงหมูกรอบ) : เปิดให้บริการทุกวัน 7:00-16:00 น. (บางพลัด)
- ธานี ข้าวหมูแดง หมูกรอบ โชคชัย 4 (TANEE) : เปิดให้บริการทุกวัน 7:00-16:00 น. (ลาดพร้าว)
- ข้าวหมูแดง-หมูกรอบเจ๊ณี สาขาบางพลัด : เปิดให้บริการทุกวัน 6:30-16:00 น. (บางพลัด)
สรุป
เรียกได้ว่าเป็นอาหารหรือวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้แล้วสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะไปร้านไหนก็ต้องมีบริการลูกค้า แต่จะมีกี่ร้านที่ทำได้อร่อย กรอบ แต่ไม่เลี่ยน ใครที่ชื่นชอบก็ลองไปหากินกันได้เลยนะครับที่ หวยไวออนไลน์